Kawin's profileKawin's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Kawin's space
|
March 20 2006 ต้นปี ที่ภูเก็ต3 ผมจำครั้งสุดท้ายที่ตื่นมารับแสงตะวันไม่ได้เสียแล้ว การตื่นและหลับของผมตรงข้ามกับมนุษย์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง รอบกายผม มีเพื่อนทีร่วมเคราาะห์ แต่เมื่อผมตื่นขึ้น ทุกคนก็ได้แต่นอนหลับ หลงอยู่ในความฝัน ที่แม้จะเป็นฝันร้ายเพียงใด ก็ยังหอมหวานกว่าความจริงที่ผมได้มองเห็น หรือไม่เช่นนั้น พวกเขาก็แค่หลับตาเพียงไปเพื่อไม่ให้เห็น แม้จิตใตอาจจะตื่นอยู่ เมื่อแสงสุดท้ายของวันมอดดับ ตาของผมก็ลุกโพลง แต่แทนที่มันจะได้เห็นภาพสีสดที่ถูกฉาบด้วยแสงร้อนแรงแห่งตะวัน มันกลับได้จับจ้องกับวัตถุที่จมอยู่ในความมืดสลัวของเวลากลางคืน แต่มันก็ไม่ทำให้ผมทุกข์ใจไปมากกว่าเดิมเสียกี่มากน้อย เพราะหากผมมองเห็นได้อย่างแจ่มชัด ความเจ็บปวดที่ทืองทะเลฝากไว้กลับผืนดิน ก็จะเพิ่มพูนขึ้น เหมือนแผลใหญ่ที่มอร์ฟีนเริ่มหมดฤทธิ์ ผมรู้ดีว่าความมืดก็คือยาชาที่ไม่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แผลนั้นยังคงบาดลึก และกลัดหนอง ผมลืมเสียงนกและดอกไม้ งานรื่นเริงเฉลิมฉลอง เสียงหยอกล้อสนุกสนาน บัดนี้ ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย เพราะความเศร้าได้เหือดแห้งไปพร้อมน้ำตา แต่ความเข้มแข็งก็ยังไม่ได้ถูกสร้า่งขึ้นใหม่ บางครั้งผมรู้สึกราวกับความมืดในที่แห่งนี้ ก่อร่างเป็นตัวตนอันใหญ่โต และ หนักอึ้ง มันเคลื่อนที่อย่างอ้อยอิ่ง เป็นเมือกเหนียวเหนอะที่เปรอะเปื้อนอยู่ทั่วสัมผัสของผม และสิ่งแวดล้อมรอยข้าง ชวนให้นึกว่าตนเองคือนกนางนวลที่ต้องรอความตายจากคราบน้ำมันที่รั่วออกมาจากเรื่อขนส่ง นางนวลเอยเจ้าเคยบินร่อนลม แต่ปีสีขาวราวกับเป็นปีกที่สร้างขึ้นด้วยเทวฑูต กลับย้อมด้วยปฏิกูลจากใต้โลกที่ร้อนราวนรกสร้าง และยึดไว้แน่นราวกับจะถูกลากลงนรกเสียเดี๋ยวนั้น สิ่งที่ทำให้ผมลุกขึ้น และก้าวเดิน คือนาฏกกรรมที่ถูกบรรจงร้องเล่นอยู่กลางความหดหู่ เมื่อพ้นหัวมุมอันเดิม เธอก็ปรากฏกายบนเวที ผมไม่เคยแน่ใจเลยว่า ก่อนหน้าที่ผมจะมาถึงเวทีงิ้วนั้น เธอมีตัวตนหรือไม่ หรือเป็นเพียงความฝันอันแสนหวานของผมคนเดียว คอยกั้นผมออกจากความเป็นจริง....หรือจะเป็นเพียงแค่ผมที่หลับอยู่ คนอื่นในเตนท์ผู้ประสบภัยต่างหากที่ตื่นขึ้นรับความจริง แต่ผมก็ได้สะบัดหัวคล้ายกับว่าความคิดของผมเป็นรอยเปื้อนที่จะหลุดหายไปเมื่อถูกสะบัด ผมคิดไปเอง เพราะความคิดนั้นไม่จางลงไปเหมือนรอยเปื้อน . . . . หลวงจีนหนุ่มเดินกะเพลกไปมาอยู่ในกระท่อมด้วยความเบื่อหน่าย และ ฟุ้งซ่าน เขาเคยมั่นใจว่าสามารถทนต่อความเบื่อ และ จิตที่ฟุ้งซ่านทุกรูปแบบ นั่นก็เพรา รูปแบบของความเบื่อหน่าย และ ฟุ้งซ่านที่เขาเคยรู้จักนั้นช่างมีน้อยเสียเหลือเกิน แม้ว่าตำรา และ คัมภีร์ ที่ทั้งเขียนด้วยภาษาอื่น หนา และ น่าเบื่ออย่างที่สุด เขาก็ได้อ่านและจดจำเสียสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักธรรม ปิฎกไหนๆ ความพิศดารและยอกย้อนของเนื้อหามากเท่าใด เขาก็ทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง และเมื่อใดก็ตามที่หลวงจีนรู้สึกฟุ้งซ่าน การนั่งสมาธิก็เคยช่วยสงบจิตใจเขาได้ทุกครั้ง แต่ครั้งที่ เพียงแค่หลับตา สาวน้อยเจ้าบ้านก็ได้มาหลอกหลอน ยิ่งหลับตาให้สนิทเท่าไร ภาพนางในใจก็เด่นชัดขึ้นเท่านั้น หากจิตใจที่รูปร่างเป็นเส้นเชือก ป่านนี้ก็คงพันพัวกันวุ่นยุ่งเหยิง แอีทั้งความบาดเจ็บที่ขา ก็ไม่ได้มีอาการดีขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้วตั้งแต่วันที่สาวน้อยพาเขาเข้าไปในป่า คล้ายกับอาการที่ดีขึ้นในครานั้น เป็นเพียงการตอบสนองต่อเจตนาของนางเพียงคนเดียว ตกเย็น หญิงสาวก็กลับจากการเก็บของป่าหาอาหาร หลวงจีนเลิกดื้อและยอมละศีลมังสวิรัต เมื่อนางยืนกรานว่าต้องกินเนื้อสัตว์ มิเช่นนั้นอาการจะไม่ดีขึ้น หลวงจีนได้บ่นกับตัวเอง แต่บังเอิญหญิงสาวได้ยินเข้า นางเองก็ทุกข์ใจเมื่อได้เห็นสีหน้าของหลวงจีน แต่ด้วยความเหงาหรืออะไรก็แล้วแต่ นางจึงตัดพ้อหลวงจีนว่ารังเกียจนาง เมื่อหลวงจีนได้ยิน ก็คล้ายกับเงื่อประหลาดในใจได้ถูกแก้ หลวงจีนคว้ามือแม่นางเอาไว้แล้วกอดแล้วดึงนางเข้ามากอด แท้จริงเงื่อนประหลาดในใจหลวงจีนคือความรัก และ มันมืได้คลายออกแม้แต่น้อย กลับยิ่งพันขมวดยิ่งซัซ้อน ยิ่งแน่น ขึ้นไปอีก March 04 2006 ต้นปี ที่ภูเก็ต2กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านที่ห่างใกลของจีน ได้เกิดเหตุการณ์น่าสะพรึงขึ้น เมื่อชาวบ้านได้เจอกับปีศาจแมงมุมยักษ์ แม่ไม่มีใครถูกทำร้าย แต่ชาวบ้านก็ถูกครอบงำด้วยความกลัว วัหนึ่ง มีหลวงจีนธุดงผ่านมา ชาวบ้านจึงนิมนต์พร้อมถวายภัตาหารมากมาย แล้วจึงไหว้วานให้ช่วยปราบปีศาจแมงมุมให้หน่อย หลวงจีนหนุ่มเคยแต่ศึกษาพระธรมมคำสอน ไม่มีความรู้วิชาอาคมเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยยึดถือเอาความเสตตาของพระพุทธองค์เป็นเยี่ยงอย่าง จึงตบปากรับคำ หลวงจีนคิดจะไปขอร้องแมงมุมยักษ์ดีๆไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ เ มื่อเดินเข้าป่าไปสักพักฝนก็เริ่มตก ทางเดินก็ลื่นขึ้นเรื่อย จนหลวงจีนพลัดหกล้มขาแพลง ยิ่งเวลาผ่านไป อากาศก็ยิ่งเย็นลงพร้อมกับฟ้าที่มืด หลวงจีนได้แต่กึ่งเดินกึ่งคลานไปสะเปะสะปะจนพบบ้านหลังหนึ่ง จึงขอค้างคืน ปรากฏว่าเจ้าของบ้านเป็นสาวน้อยรูปงาม ไม่ทันได้เข้าบ้าน หลวงจีนก็หมดสติด้วยความเหนื่อยอ่อนและ โล่งใจ เมื่อหลวงจีนตื่นขึ้น ก็ได้รู้ว่าหญิงสาวได้ช่วยจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ทำให้หลวงจีนอดที่จะอายไม่ได้ หญิงสาวดูแลหลวงจีนอย่างดี ทั้งข้าวปลาอาหารและหยูกยา แต่ด้วยสภาพอากาศ และ สภาพร่างกายของหลวงจีน นางจึงขอให้หลวงจีนอยู่ที่บ้านของนางก่อน หลวงจีนก็ยอมรับข้อเสนอ ระหว่างที่อาศัยอยู่กับนาง หลวงจีนก็ได้พูดคุยกับนางเรื่องที่มีปีศาจแมงมุมอยู่ในบริเวณนี้ ทีแรกนางสะดุ้ง และเงียบไป แล้วจึงบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทั้งๆที่นางก็อาศัยอยู่แถวนี้มาตลอด หลวงจีนไม่ได้คิดอะไรในทีแรก แต่ก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหยฺงสาวจึงอาศัยอยู่ในป่าดงแบบนี้ได้ แต่สิ่งที่สะกดความสงสัยของหลวงจีนไว้ก็คือความงาม และ ความอบอุ่นของอัธยาศัยของนาง หลังจาผ่านไปสัปดาห์หนึ่ง เมื่อขาของหลวงจีนอาการทุเลา นางก็พยุงหลวงจีนพาเดินไปที่แห่งหนึ่ง หลวงจีนจำได้ว่าเป็นที่ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าได้เจอปีศาจแมงมุม หลวงจีนตกใจอย่างมากในทีแรก แต่หญิงสาวก็บอกให้หลวงจีนสงบอารมณ์ เมื่อพระอาทิตย์ใกล้ตก เงาของกิ่งไม้ก็ได้ทาบลงบนหมอกที่ลงบ่อยในช่วงนั้นของปี เกิดเป็ภาพวิบไหว ดูคล้ายกับแมงมุมยักษ์กำลังใต่อยู่ในหมอก เมื่อได้เห็น หลวงจีนก็หัวเราะลั่นอย่างโล่งใจ ทั้งสองจึงพากันเดินกลับไปที่กระท่อมกลางป่า การเขียนอักษรลงบนผืนทรายของเธอช่างน่าหลงไหล ตัวอักษรบางครั้งก็พริ้วไหว บางครั้งก็ตวัดกร้าว เทียบได้กับการร่ายรำของเธอ ไม่เพียงแค่เรื่องราวเท่านั้น การมองรอยและลายที่จำบนหาดแห่งนี้ก็ทำให้เพลิดเพลินจนลืมเวลา ค่ำคืนที่เติบโตและผลิบานก็เริ่มร่วงโรยด้วยแสงจากทิศตะวันออก ท้องฟ้าหลังหุบเขาไปเริ่มสว่างระเรื่อฉาบฟ้าอยู่อย่างเบาบาง ในขณะที่ดวงดาวทางทิศตะวันตกก็เริ่มจางแสงด้วยแพ้แรงตะวัน ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินจัด สีเข้ม แต่ไม่สดใส คล้ายกับเป็นการบอกโดยนัยว่าเวลาแห่งความเคลิบเคลิ้มจะสิ้นสุดลง ผมแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างใจหาย เมื่อหันกลับมาหานางงิ้ว เธอก็ไม่อยู่เสียแล้ว รอยบนผืนทรายก็หายไปหมด คงจะเป็นเพราะระดับน้ำที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ผมได้แต่เสียดายที่ค่ำคืนต้องผ่านและผันเป็นวันใหม่ เหลือไว้แต่ความทรงจำที่คล้ายจะเป็นความฝัน ก่อนจะเกิดเงาแรกผมก็บังคับตนเองให้เดินออกมาจากหน้าเวทีสำเร็จ แล้วก็พาตนเองกลับไปยังค่ายผู้ประสพภัยในที่สุด February 16 2006 ต้นปี ที่ภูเก็ต หลังหายนะมักจะมีความเงียบอยู่เป็นใหญ่ในบริเวณ ไม่ใช่ความเงียบของสรพพเสียง เพราะผมยังได้ยินเสียงสะอื้นอยู่เป็นระยะ แต่เป็นความเงียบของจิตใจ เหมือนกับเสียงสะท้อนที่ยังมาไม่ถึง... "แล้วจะทำอย่างไรต่อไป" ผมถามตัวเอง ผมตื่นจากการหลับไหล ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่หลับไป แต่นานพอที่จะเห็นพื้นที่นี้แห้งพอที่จะกลายเป็นที่พักผู้ประสบภัยชั่วคราว สิ่งที่ผมจำได้ไม่ประติดประต่อ แต่คลื่นยักษ์ที่น่าหวั่นเกรง คือสิ่งที่แจ่มชัด น่าประหลาดใจที่ผมไม่ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเห็นซากปรักหักพังก็ยิ่งทึ่งกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมสูญเสียไปก็คือความจำ ผมได้แต่ร่อนเร่ไปมามีชีวิตไปวันๆไม่มีแม้แต่อดีตให้หวฯหาเหมือนคนอื่นๆ กลางคืนทำให้ผมนอนไม่หลับ เพราะยิ่งค่ำคืนแผ่ขยาย และ ฝังราก ความเงียบก็จะยิ่งกังวาลขึ้น จนผมไม่ได้ยินเสียงในใจ เสียงของอดีต หรือเสียงของสิ่งอื่นๆรอบตัว บางครั้ง ผมแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองย่ำบนผืนทรายด้วยซ้ำ เงาของอตีดทาบอยู่บนพื้นถนนที่เลอะโคลนหมาดๆ แสงจันทร์ช่วงเดือนมกราคมสดใสมาก แต่เมื่อเทียบกับแสงอาทิตย์ มันกลับมืดเกินกว่าจะทำให้ผมเห็อะไรได้อย่างชัดเจน แต่ก็สว่างพอให้เห็นอะไรๆที่ชวนให้สับสน ผมเดินไปตามถนน หรือจะเรียกว่าอดีตถนนดี? ในช่วงนี้ของปีย่านชาวจีนในที่ต่างๆ ทั่วโลก คงกำลังเตรียมตัวเฉลิมฉลองตรุษจีนกันแล้ว และคงจะครึกครื้นทั้งวันทั้งคืน ผิดจากที่นี่ ผมเลี้ยวที่หัวมุมมองไปที่ศาลเจ้า ด้านหน้าศาล มีเวทีตั้งอยู่รอบๆมีสิ่งที่หลงเหลือของโรงงิ้วชั่วคราว บนเวที ร่างหนึ่งถูกฉาบด้วยแสงจันทร์ วูบไหวไปมาจนผมได้แต่ตะลึงมอง ผมแทบไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าเธอมีตัวตนหรือเป็นเพียงวิญญาณ การร่ายรำของเธอช่างน่าหลงไหล และชวนพิศวง แม้จะเป็นนางงิ้ว แต่เธอไม่ได้แต่งหน้าตาอย่างเข้มจัด จะว่าไป หน้าของเธอกลางแสงจันทร์ กลับยิ่งซีดขาวกว่าคนทั่วไป เสื้อผ้า แทนที่จะเป็นอาภรณ์จีนสีสด กลับเป็นชุดสีขาวที่มักใส่ไว้เป็นซับใน ปากของเธอขยับ แต่ไม่มีเสียงใดออกมา บางคราวก็วูปไหวเหมือนฟองคลื่นบนน้ำ บางคราก็เหมือนเปลวไฟที่พริ้วตามลม บางคราก็ดูสุข บางคราก็ดูเต็มไปด้วยความหลัง และในท่วงท่าสุดท้าย ก็ดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน เธอเอนกายโดยใช้แขนยันร่างตัวเองไว้ ก่อนที่จะค่อยๆทิ้งตัวลงนอน ผมเอาว่าคงจะเป็นตอนจบของการแสดง ผมจึงปรบมือ เธอสะดุ้งแล้วหันไปรอบๆ ผมรู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอตกใจ "ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบดู ขอโทษจริงๆ" เธอส่ายหน้า ส่งสายตาว่าไม่เป็นไรพร้อมขยับปากที่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาไปด้วย เธอยังไม่หายตื่นดี และยังสั่นน้อยๆ ไม่แปลกเมื่อเจอคนแปลกหน้ากลางดึกแบบนี้ ผมจึงบอกลาเธอ เธอโบกมือให้...ผมเดินจากไป ความเงียบในใจของผมเหมือนกับว่าจะเบาบางลง หรือไม่อย่างน้อย เสียงหัวใจผมก็ดังขึ้นอีกเล็กนิด ตั้งแต่คืนนั้น การเดินเล่นเรื่อยเปื่อยซึ่งเป็นกิจกรรมประจำของผมก็ยุติลง เปลี่ยนเป็นการเดินอย่างมีจุดหมาย ผมจะเดินไปย่านชาวจีน ที่โรงงิ้ว ที่ที่เธอจะร่ายรำ และร้อง อย่างเงียบเชียบ เธอแสดงจบ ผมปรบมือให้ เพียงแค่นั้น จันทร์เพ็ญเป็นจัทร์แรม เป็นคืนเดินมืด กี่วัน และ กี่จันทร์ผ่านไป ผมไม่ได้นับ ซากของอาคาร และ โคลนกรัง ยังอยู่ เวทีงิ้วก็เช่นกัน ในคืนหนึ่ง คืนนั้นเธอก็ยังแสดงงิ้วเรื่องเดิม เรื่องที่จบด้วยความตาย...เรื่องที่ผมไม่สามารถเข้าใจได้ เรื่องที่หล่อเลี้ยงคนไร้ความทรงจำอย่างผม ผมปรบมือเตรียมที่จะหันหลัง ตามพิธีที่เรากำหนดขึ้นเองโดยไม่ได้นัดหมาย แต่เธอกวักมือเรียกผม ผมเดินเข้าไปหาเธอโดยที่สมองว่างเปล่า เท้าสองข้างก้าวออกไปโดยที่ผมบังคับไม่ได้ พอๆกับที่ขึ้นไปนั่งตรงที่ที่เธอตบเบาๆไปสองสามที ผมหันไปหาเธอขณะที่เธอหันมาหาผม ผิวซีดใต้เงาจัทนทร์ ตัดกับดวงตาดำสนิทของเธอ ใสจนสะท้อนแสงจัทร์ และดำจนผมไม่เห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น ผมได้สติเมื่อมนต์สะกดของเธอหยุดลงโดยการกระพริบตา ผมยิ้มเจื่อนๆ พร้อมสะบัดหัวสองสามครั้งเบาๆ ผมว่าหน้าของเธอแดงขึ้นมาชั่วแวบนึง ก่อนจะกลับเป็นปกติ หรือไม่ผมก็ตาฝาดไปเอง สองสามวินาทีผ่านไป จนเราเริ่มเคอะเขิน ผมจึงพูดทำลายความเงียบ "งิ้วที่คุณเล่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ" เธอเพ่งที่ปากผม แล้วใช้นิ้วชี้หมุนเป็นวงที่หูเธอ แล้วส่ายหน้า "คุณไม่ได้ยินเหรอ" ผมพูพร้อมๆกับส่งภาษามือแบบงูๆปลาๆ เธอส่ายหัว เธอยื่นมือมาให้ผม แล้วผมก็เริ่มเขียนลงบนฝ่ามือของเธอ "ผมชอบงิ้วที่คุณเล่น เกี่ยวกับอะไร" เธอค่อยๆลงจากเวทีมาที่ชายหาด แล้วหยิบไม้จากซากปรักหักพังแถวนั้น แล้วเขียนลงบนผืนทราย "เรื่องของความรักที่ไม่สมหวัง ระหว่าง คนกับปีศาจ" "โปเยโปโลเย" เธอ อ่านปากผมออกแล้วพยักหน้า "เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลวงจีน กับ ปีศาจแมงมุม" นานมาแล้วที่เทือกเขาทางตอนเหนือ มีหมู่บ้านของมนุษย์ อยู่ใกล้ๆกับป่าลึกลับของปีศาจแมงมุม เมื่อหมู่บ้านขยายตัว ป่าจึงถูกทำลาย ปีศาจแมงมุมจึงหันมากินคนที่ชายป่า แทนสัตว์ป่าที่พากันหนีไปที่อื่น ชาวบ้านต่างหวาดหวั่น และทุกข์ทน จนวันหนึ่ง หลวงจีนหนุ่มรูปหนึ่งก็ะุดงผ่านหมู่บ้านนี้ ชาวบ้านจึงขอให้เขากำจัดปีศาจตนนี้... February 13 crusader What side are you leaning on?.....there's nothing such neutral in the battle field. I do take side....and also be chosen... ...to fight in the name of the god. but my god is not in heaven, valhala olympus or any other holy mythological place. My god is in "detail". And the name of the god is spelled N-A-T-U-R-E. I realize that there are massive number of the believer of this very god.... but this god has too many oracles, too many prophet... so..long story short.... the crusade was declared. like the swords and bows in the medeaval age. I use to fight with pen and rulers...now the mouse is my sword and the key board is my bow but we're still fighting. we don't kill the non believer and burn their holy place. we creat...design and let our idea and solution crashing in the flesh and bone of function and eastatic. the last battle had ended. I got a wound.it hurt. still the war is not yet ending, not for me. more pains await.....more glory's ahead... my god had left me to fight by my own long ago. at the revelant day...maybe....I would live forever....not in the promise land but through my works. January 26 โอ้อาร์คิเทคต์ การเป็นสถาปนิกที่ดี...ไม่สิ การเป็นอะไรก็ตามที่ดี จำเป็นต้องมีหลักยึดเหนี่ยว หลักฟิสิกส์ หลักกฏหมาย หลักธรรม จรรญาบรรณประจำวิชาชีพ แต่แม้มีหลักให้ยึด และยึดไว้แล้ว มันก็เป็นแค่ป้ายบอกทาง โปรเจคต์นี้ได้มาตรวจแบบกับอาจารย์จ้าวทฤษฎีท่านหนึ่ง ถือเป็นประสบการณืที่มีค่าและหาได้ยาก... สิ่งที่ผมรู้ตากอาจารย์ท่านนี้คือ การออกแบบสถาปัตยกรรมต้องใช้ "ความรัก" ถ้ามีความรักแล้ว อย่างไรก็ตาม สถาปัคยกรรมนั้นก็จะออกมา"งาม" เพราะความรักจะผลักดันทุกอย่างสู่จุดนั้น แต่อาจารย์บอกไม่ได้ว่า ระหว่างที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ กับ การได้รักในสถาปัตยกรรมนั้น มีขั้นตอนอย่างไร... ทำอย่างไรให้คนไร้รักได้มีความรัก....มีในหัวใจจนเปี่ยใล้นแล้วกลายเป็นพลังผลักดัน....ไม่มีใครอธิบายได้ คนที่รู้ ไม่ต้องการคำอธิบาย คนืที่ไม่รู้ อธิบายอย่างไร ก็ไม่มีทางเข้าใจ ......................... ผมไม่เข้าใจ(เว้ย) นั่นอาจหมายถึง ผมยังไม่มีความรัก(ในสถาปัตยกรรม)นั่นเอง.... |
|
||||
|
|